ในการลงแข่งขันเกมกีฬาฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้ซึ่งเป็นเรื่องปกติของเกมกีฬาประเภทนี้โดยเฉพาะเกมกีฬาฟุตบอลทัวร์นาเม้นต์ในยุโรป ในแต่ละปีมักจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือโมเม้นต์เด็ด ๆ ที่น่าจดจำในทุก ๆ ปีเหตุก็เพราะการแข่งขันที่ดุเดือดเข้มข้นเพื่อคว้าถ้วยรางวัลแห่งชัยชนะอันทรงเกียรติกันซึ่งการได้แชมป์ในปีนั้น ๆ ของทีมฟุตบอลหมายถึงการได้เป็นราชาได้รับทั้งชื่อเสียงและเงินทอง สำหรับเหล่านักกีฬาฟุตบอลมันคือเกียรติสูงสุดที่ทุกคนต้องการไขว่คว้ามาและเกียรติเหล่านั้นคือเครื่องมือการันตีความแข็งแกร่งของตัวพวกเขาเองเพราะเหตุนี้ในบทความนี้เราจะนำเสนอ 10 สุดยอดแมตซ์ที่น่าจดจำตลอดกาลกัน

 

  1. สุดยอดการยิงลูกของปาเนนก้าในฟุตบอลยูโรปี 1976

ในการชิงถ้วยฟุตบอลยุโรปี 76 เยอรมันตะวันตกเป็นฝ่ายตามถึง 2-0 ในช่วงแรกของการชิงชนะเลิศและในนาที่ที่ 89 แบรนด์ โอลเซนเบน ได้พาทีมไล่ตามจนทันได้สำเร็จและในเวลานั้นก็เกิดช่วงดวลจุดโทษขึ้นโดย อันโตนิน ปาเนนก้า ได้บรรจงยิงลูกชิพแบบย้อย ๆ ไปที่กลางประตูแต่ แซป ไมเออร์ เดาการยิงของ ปาเนนก้า ผิดพุ่งตัวไปทางซ้ายทำให้ลูกยิงของ ปาเนนก้า เข้าประตูไปเต็ม ๆ เกิดเป็นลูกยิงแห่งประวัติศาสตร์ขึ้นมาและนำทีมไปคว้าแชมป์ในปีนั้นได้สำเร็จโดยชนะจุดโทษที่ 5-3

 

  1. ตอกย้ำความเจ็บปวดในปี 2000

ในปี 1998 การแข่งขันฟุตบอลโลกทีมชาติยูโกสลาเวียเคยถูก เอ็ดการ์ ดาร์วิดส์ สร้างบาดแผลให้โดยการยิงลูกแห่งชัยชนะในนาทีที่ 92 ในรอบ 16 ทีมหลังจากนั้นอีก 2 ปีพวกเขาได้แผลสาหัสกว่าเดิมโดยนักแตะที่ชื่อ แพททริค ไคลเวิร์ต ยิงเขาไป 4 ประตูในช่วงแรกและ มาร์ค โอเวอร์มาร์ ยิงเข้าไป 2 ประตูในช่วงหลังทำให้เกมการแข่งขันในวันนั้นเป็นเกมที่ฮอลแลนด์เล่นได้ดีที่สุดจบเกมไปที่สกอร์ 6-1 และทีมชาติยูโกสลาเวียก็ไม่เคยเข้าร่วมรายการใหญ่แบบนี้อีกเลย

 

  1. คาเรล โฟบอร์สกี้ ในปี 1996

ในการแข่งขันเกมกีฬาฟุตบอลโลก คาเรล โฟบอร์สกี้ ได้ขโมยบอลมาจากผู้เล่นโปรตุเกสและแตะลูกชิพข้ามหัว วิคเตอร์ บาย่า ที่กำลังมองดูลองชิพลอยไปอย่างงงใน 8 นาทีสุดท้ายของการแข่งขันและลูกชิพนั้นก็ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในการทำประตูที่ดีที่สุดโดยจบที่ผลสกอร์ 1-0 

 

  1. สแกนดิเนเวียในปี 2004

เป็นการพบกันของคู่อริระหว่างเดนมาร์กและสวีเดนแห่งสแกนดิเนเวียโดยมีอิตาลีและบัลแกเรียอยู่ในรอบแบ่งกลุ่มนี้ด้วยผลสกอร์จบไปที่ 2-2 แต่เรื่องมีอะไรมากกว่านั้นเมื่อทีมโคนมอย่างเดนมาร์กนำอยู่ที่ 2-1 จนกระทั่ง 2 นาทีสุดท้ายก่อนทดเวลา แมทเธียส จอห์นสัน ได้ทำประตูตีเสมอได้สำเร็จทำให้สวีเดนเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปได้และนั้นทำให้ประตูสุดท้ายที่อิตาลีทำในนาทีที่ 94 เป็นหมันไปในทันทีและทำให้เหตุการณ์นี้กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ดราม่าที่สุดสำหรับทีมอิตาลีไป

 

  1. กำเนิดมหาเทพแดนนี่ในปี 2012

รอย ฮอดจ์สัน กุนซือแห่งที่ชาติอังกฤษในรอบแบ่งกลุ่ม รอย ได้ส่ง แอนดี้ แคร์โรล เป็นกองหน้าพาทีมแตะเข้าประตูแรกไปได้แต่หลังจากขึ้นนำได้ 1 ประตูทีมก็เริ่มย่ำแย่เมื่อขาด เวย์น รูนี่ ในทีมส่งผมให้ทีมชาติสวีเดนตีกลับขึ้นมาแซง 2-1 ส่งผลให้อังกฤษมีโอกาสตกรอบสูงมากแต่ในความสิ้นหวังก็ยังมีความหวังเมื่อตัวสำรองอย่าง ธีโอ วัลคอตต์ ทำประตูตีเสมอให้ทีมได้สำเร็จแต่นั้นก็ยังไม่พอที่จะทำให้ทีมชาติอังกฤษชนะไปได้และแล้วมหาเทพ แดนนี่ เวลเบ็ค ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นโดยการหมุนตัวตอนส้นเข้าประตูไปอย่างเหนือความคาดหมายและนำทีมชาติอังกฤษไปสู่ชัยชนะได้สำเร็จ

 

  1. ซุปเปอร์มาริโอ้ยิงเหมือนล็อคเป้าในปี 2012 

ในอดีตการแข่งขันกีฬาฟุตบอลทีมอิตาลีและทีมเยอรมันเจอกันอยู่บ่อยครั้งแต่ทีมอิตาลีก็ชนะมาได้เสมอ แต่แล้วสถิติไร้พายก็ได้จบลงในรอบ 4 ทีมสุดท้ายในปี 2012 เมื่อ อันเดรีย ปิร์โล่ โชว์สเต็ปการเลี้ยงลูกสุดเทพในแดนกลางก่อนที่ มาริโอ บาโลเตลลี่ จะแผลฤทธิ์สุดตะลึงตาโดยการโหม่งลูกเข้าประตูไปอย่างสวยงามและหวดลูกเขตโทษลอยเข้าประตูไปอย่างกับกระสุนล็อคเป้าแล้วจบเกมไปที่ 2-1 ทำอาถรรพ์ที่ไม่เคยชนะทีมเยอรมันของทีมอิตาลีได้จบลงไป

 

  1. ปรากฏการณ์แห่งอัลฟอนโซ่ในปี 2000

เกิดขึ้นเมื่อสเปฯต้องแย่งคะแนนเพื่อเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายแต่แล้วเหตุการณ์ดราม่าก็เกิดขึ้นเมื่อทดเวลายูโกสลาเวียนำอยู่ 3-2 ด้วยนักแตะที่เหลือเพียง 10 คนจนนาทีที่ 94 เกียซก้า เมนดิเอต้า ได้ให้ความหวังชาวสเปนกลับมาโดยการยิงจุดโทษและ อัลฟอนโซ่ได้สร้างปาฏิหาริย์โดยการยิงลูกที่ 2 ของเกมเกือบถึงเวลาหมดเวลาทำให้ผู้บรรยายอย่าง จอร์น มอทสัน ของบีบีซีถึงกับออกอาการอย่างถึงพริกถึงขิงกันเลยที่เดียว

 

  1. คู่หูสุดแกร่ง SAS ในปี 1996

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่ออังกฤษเป็นเจ้าภาพในการแข่งขันวึ่งเป็นเกมในรอบแบ่งกลุ่ม พอล อิ๊นซ์ และ แกสคอยน์ ได้ทำการคุมพื้นที่กลางสนามได้อย่างอยู่หมัดและคู่หู SAS อย่าง อลัน เขียร์เรอร์ และ เท็ดดี้ เชอริงแฮม ได้ทำการแสดงแสงยานุภาพโดยการทำประไป 2 ประตูอย่างโหดเหี้ยมและทีมกังหันสีส้ม แพททริค ไคลเวิร์ต ทำประตูตีไข่แตกไปได้สำเร็จก่อนจะจบไปที่สกอร์ 4-1 ส่งฮอลแลนด์ตกรอบไปอย่างเจ็บใจ

 

  1. ฝรั่งเศสไร้พายในปี 1984 

ในการแข่งขันทีมฝรั่งเศสกับทีมโปรตุเกส มิเซล พลาตินี่ เข้าทำแฮตทริกในเกมกับยูโกสลาเวียไปถึง 2 ประตูกับเกมเบลเยี่ยมแต่ผู้ที่ช่วยให้ฝรั่งเศสเข้ารอบคือ ณอง ฟรองชัวส์ เดอแมร์ ยิงลูกแรกให้ฝรั่งเศสก่อนที่ จอร์เดา ของทีมโปรตุเกสจะยิงประตูตีเสมอได้แต่แล้วสิ่งที่ไม่ความคิดก็เกิดขึ้นเมื่อ จอร์เดา ยิงประตูนำไปได้สำเร็จทำให้ทีมฝรั่งเศสอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดไปในทันทีอีก 6 นาทีต่อมา เดอแมร์ ยิงกระตูตีเสมอได้สำเร็จก่อนจะหมดเวลา มิเซล พลาตินี่ ได้ทำประตูให้ทีมฝรั่งเศสทำประตูแห่งชัยชนะของทีมไปได้สำเร็จและจบไปด้วยสกอร์ 3-2

 

  1. ความสำเร็จของฮอลแลนด์ในปี 1988

ในปี 1988 ทีมฮอลแลนด์ได้รวมฟุตบอลสไตล์ใหม่กับยุคเก่าเข้าด้วยกันและพวกเขาได้มาเจอกับสุดยอดทีมอย่างสหภาพโซเวียตในรองชิงชนะเลิศ ทั้งสองทีมต่างมีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันอย่างมากในเกมนี้กับตันทีมฮอลแลนด์อย่าง รุค กุลลิท เป็นผู้เปิดประตูแรกให้แก่ทีมได้สำเร็จส่งผลให้เป็นเกมครองบอลอยู่ฝ่ายเดียวหน้าแดนหน้าของฮอลแลนด์หลังจากนั้นไม่นาน อาร์โนลด์ มูเรน ก็ทำการเปิดบอลข้ามหัวของ กุลลิท ไปทางเข้าของ มาร์โก แลน บาสเท่น กองหน้าของเอซี มิลานที่รออยู่ทางเสาสองและนั้นได้เปิดทางให้ลูกยิงในตำนานเกิดขึ้นเมื่อ บาสเท่น ยิงลูกวอลเล่ย์อย่างเต็มแรงในมุมที่แคบมากก่อนที่จะข้ามหัวผู้รักษาประตูของทีมโซเวียตเข้าตาขายไปได้อย่างสวยงามส่งผลให้ทีมฮอลแลนด์จบสกอร์ 2-0 ชนะทีมโซเวียตไปได้อย่างสวยงาม

 

และนี้คือ 10 สุดยอดแมตซ์ที่น่าจดจำตลอดกาลในศึกฟุตบอลยูโรที่ผ่านมาทั้งหมด 10 สุดยอดนี้ไม่ใช่การจัดอันดับแต่อย่างใดเป็นเพียงส่วนหนึ่งในเหตุการณ์ที่น่าจดจำในวงการเกมกีฬาฟุตบอลเท่านั้นและในปี 2020 อาจมีสิ่งที่ไม่คาดฝันและน่าสนใจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาขอให้แฟน ๆ เกมกีฬาฟุตบอลได้ดูและรับชมเกมกีฬาที่ยิงใหญ่นี้ด้วยความสนุกสนานและมีความสุขไปกับเกมกีฬาที่คุณชื่นชอบได้อย่างมีความสุข อาจจะมีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไปที่สำคัญคือการใช้เวลาร่วมระหว่างคนใกล้ชิดอย่าลืมว่าเกมกีฬานี้มีคนที่ทั้งชื่นชอบและก็เกลียดทีมที่เรารัก เราควรใช้เวลาไปกับคนที่รักและมีความสุขไปกับมันให้มากที่สุด ถึงจะแพ้ก็ให้คิดว่ายังมีโอกาสในครั้งหน้าแล้วคุณจะมีความสุขกับเกมกีฬาที่คุณรักได้อย่างสนุกสนาน